/ me

บันทึก 3 ปีแห่งการถ่ายรูป

สถิติภาพถ่ายตลอด 3 ปี

วันนี้มาเขียนโปรแกรมเพื่อตอบคำถามว่าแต่ละเดือนถ่ายรูปไปกี่วัน?

ก็พอจะสรุปได้ว่า

  • ปีนี้ถ่ายรูปแทบทุกวัน เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาถ่ายรูปไป 26 วัน
  • จำนวนวันที่ถ่ายรูปเยอะขึ้น แต่จำนวนรูปลดลง ถือว่าเป็นเรื่องดี
  • เดือนที่ถ่ายรูปเยอะที่สุดคือ ตุลาคม 2013 คงเป็นรูป time-lapse รองลงมาคือทริปไอซ์แลนด์ปี 2014
  • ปี 2010 คือเป็นรูปของปี 2013 ซื้อกล้องมาแต่ไม่ได้ตั้งวันที่ในกล้อง
  • เดือนที่ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปคือ กุมภาพันธ์
  • ถ่ายรูปมาทั้งหมด 3 ปีกว่า จำนวนรูปทั้งหมด 32,000+ รูป

และหลังจากเขียนโปรแกรมเสร็จก็พบว่า มันมีวิธีที่ง่ายกว่านั้นคืออ่านข้อมูลจาก Lightroom Catalog เลย เพราะมันเป็น SQLite อยู่แล้ว

ที่จริงไม่ได้ชอบถ่ายรูปนะ แต่ชอบดูรูปที่ตัวเองถ่ายมากกว่า เหมือนท่อนหนึ่งของเพลง ความคิด "..ยังจำซ้ำๆ ได้ทุกตอน ราวกับมีใครมาหมุนย้อนเวลา"

มาไกลเหลือเกิน

ยิ่งมานั่งดูรูปถ่ายที่มีในเครื่องแล้วก็รู้สึกว่า "มาไกลเหลือเกิน"

จากวันที่ซื้อกล้องดิจิตอลตัวแรกเป็นของตัวเองก็น่าจะ 3 ปีกว่าแล้ว แต่ถ้านับจากการจับกล้องดิจิตอลครั้งแรกก็น่าจะประมาณ 10 ปี แต่ก็ถ่ายปีละครั้งสองครั้งได้ ยืนคนนู้นบ้างคนนี้บ้าง ต้องขอขอบคุณกล้องครูจากผู้มีอุปการะคุณทุกคนมา​​ ณ​ โอกาสนี้ด้วย

ย้อนกลับไปช่วงแรกนี่บอกตรงๆ เลยว่า "มั่ว" ใช้เป็นแค่โหมดออโต้ กับ โหมด A (Aperture priority) แต่ข้อดีของการไม่มีกฎอะไรในหัวมากคือ มักจะได้ภาพสวยๆ มาโดยไม่ได้ตั้งใจ คือย้อนกลับไปดูแล้วก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ถึงถ่ายมาแบบนั้น ถึงแม้ composition ยังมั่ว แต่คิดว่าเข้าขั้นระดับหนึ่ง (ชมตัวเอง)

ถ่ายไปซักพักเริ่มลอง process รูป, ดู histogram (ที่ทุกวันนี้ไม่ค่อยสนใจแล้ว),​ ปรับนู่นปรับนี่ คือเป็นช่วงเรียนรู้เลยว่าแต่ละอย่างมันเป็นยังไง ทำให้เรียนรู้ด้วยอีกอย่างว่า ถ่ายมาไม่ดีก็คือไม่ดี จะมาหวังทำรูปใน Lightroom อย่างเดียวก็ไม่ได้

ถ่ายไปซักพักก็เริ่มอยากได้คำวิจารณ์ เลยลองไปอยู่วงการ stock photography ก็ได้อะไรกลับมาเยอะเหมือนกัน แต่สุดท้ายรู้สึกว่ามันไม่ใช่แนว (ล่าสุดไปเช็คใน ShutterStock ได้ยอดมา $2.50)

ทุกวันนี้ก็ยังมั่วอยู่ เบลอบ้าง เอียงบ้าง มืดบ้าง แต่เริ่มเดาได้ว่าบางรูปมันไม่โอเค เริ่มคิดเยอะก่อนและหลังกดชัตเตอร์ สังเกตได้ว่าผ่านไปครึ่งปีมีแค่สองพันกว่ารูปเท่านั้น เริ่ม process แบบไม่สนใจภาพที่ตาเห็นเท่าไหร่ เช่น white balance ที่ไม่ต้องตรงเสมอไป, กล้าลองโทนแปลกๆ

เดี๋ยวปลายปีจะมีโอกาสได้ลองถ่ายภาพงานแต่งงาน ไม่รู้เหมือนกันว่าจะออกมาเป็นยังไง

เสียเป็นแสน แต่สิ่งที่ได้กลับมาประเมิณค่าไม่ได้

ถ่ายรูปมา 3 ปีถึงแม้จะเสียเงินไปเป็นแสน แต่ก็ได้อะไรกลับมามากมายเช่นเดียวกัน

ได้สัมผัสความงามของธรรมชาติมากขึ้น เมื่อก่อน ฝนกตกแดดออกก็ไม่ชอบ แต่ทุกวันนี้จะมีความรู้สึกต่างกันออกไป สังเกตแดด สังเกตเมฆ ฝนตกก็มีอะไรให้ถ่าย

ได้ฝึกสังเกตสิ่งรอบตัว ทั้งมุมมองกว้างๆ และมุมมองแคบๆ

ได้อธิบายความคิดของตัวเองผ่านรูปถ่าย

ได้เห็นความรู้สึกของคนที่เห็นภาพถ่ายของเรา บางรูปเราชอบคนอื่นไม่ชอบ บางรูปเราไม่ชอบคนอื่นกลับชอบ

ก็หวังว่าจะมีโอกาสได้ถ่ายรูปดีๆ ให้ตัวเองและคนอื่นได้ดูต่อไป